บุคลิกภาพผิดปกติ 10 แบบ

posted on 27 May 2008 05:55 by minority

บังเอิญอ่านไปเจอมา เห็นว่าน่าสนใจดี

บุคลิกภาพผิดปกติ 10 แบบ
บุคลิกภาพ (personality) หมายถึง แบบแผนหรือลักษณะจำเพาะของแต่ละบุคคล
โดยเป็นผลรวมของความรู้สึกนึกคิด การรับรู้ และพฤติกรรมการแสดงออกของบุคคลนั้น
ที่เป็นไปในชีวิตประจำวันปกติ ersonality trait เป็นแบบแผนบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจเด่นออกมาในแต่ละด้านไม่เท่ากัน เป็นลักษณะปกติที่คนปกติจะมีได้ ไม่ต้องได้รับการรักษา แต่ถ้าหากเป็นรุนแรงมีความเบี่ยงเบนอย่างชัดเจน พฤติกรรมมีลักษณะ ไม่ยืดหยุ่น
มีการปรับตัวไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานหรือมีปัญหาด้าน
สัมพันธภาพกับผู้อื่น จะเรียกว่า Personality disorder ซึ่งเป็นความผิดปกติ

1. Paranoid personality มักแปลการกระทำของบุคคลอื่นว่า จงใจทำลายหรือข่มขู่ตน มีความคิดว่าตนเองกำลังถูกตักตวงผลประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่เสมอ
มักมีความระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เนื่องจากมีความคิดว่าตนกำลังถูกปองร้าย บ่อยครั้งจะหมกมุ่น
อยู่ในความคิดสงสัย ระแวงในเรื่องความซื่อสัตย์หรือความน่าเชื่อถือไว้วางใจของเพื่อนๆ หรือพวกพ้อง หรือมักจะรู้สึกหึงหวงอย่างผิดปกติ มักจะคิดโดยปราศจากหลักฐานว่าคนรักของตนกำลังนอกใจ บุคคลประเภทนี้นักจะตึงเครียด ไม่ผ่อนคลาย และคอยสอดส่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีอารมณ์ขัน คำพูดก็ดูเหมือนมีจุดมุ่งหมายและเป็นเหตเป็นผลถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่เป็นความจริงก็ตาม ความคิดจะหนักไปทางการโยนความผิด การกล่าวโทษผู้อื่นอยู่เสมอ

2. Schizoid personality (ซคิซอยด์) บุคคลมีลักษณะเย็นชา ห่างเหินไม่ค่อยชอบเข้าสังคม
ชอบอยู่เงียบๆคนเดียว ไม่ต้องการมีความรู้สึกผูกพันกับใคร สนใจงานที่ทำคนเดียว
ไม่ต้องแข่งขันกับใคร มีความสนใจในกิจกรรมที่ไม่ต้องติดต่อกับผู้คน เช่นดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือบางคนสนิทกับสัตว์เลี้ยงมาก มักจะไม่สนใจที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศ
มักเพ้อฝันสร้างจินตนาการของตนเอง ฉะนั้นแล้วส่วนใหญ่จะไม่ได้แต่งงาน

3. Schizotypal personality (ซคิโซไทปอล) มีความคิด พฤติกรรม และลักษณะท่าทางแปลกๆ ส่วนใหญ่จะเชื่ออำนาจวิเศษ โชคลาง ผีสาง เรื่องทางจิต หรือประสาทสัมผัสที่หก มักมีปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น เนื่องจากมีคำพูดที่แปลกๆ บางครั้งวกวน เลื่อนลอยในสาระ บางครั้งจะมีอารมณ์หรือพฤติกรรมที่ไม่สมเหตสมผล ดังนั้นจะปราศจากเพื่อนสนิทหรือเพื่อนคู่คิด

4. Antisocial personality หากคบหาผิวเผินจะไม่เห็นว่ามีความผิดปกติ และบางครั้งอาจดูดีมีเสน่ห์ได้ แต่ประวัติในวัยเด็กจะมีตั้งแต่โกหก หนีโรงเรียน หนีออกจากบ้าน ลักขโมย ชกต่อย ใช้สารเสพติด
ำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่หุนหันพลันแล่น ใจร้อน หงุดหงิด ก้าวร้าว
ชอบเปลี่ยนคู่ครอง ทำร้ายร่างกายเด็ก ติดสุรา ที่สำคัญคือ "ปราศจากการสำนึกผิด" ไม่มีความวิตกกังวลหรือเสียใจในการกระทำของตน ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น
พยายามหาเหตผลเข้าข้างตนเอง ขาดมโนธรรมที่ดี

5. Borderline personality จะมีอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างมาก ความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่มั่นคง
มีความแปรผันอย่างสุดขอบ คือเมื่อต้องพึ่งพาบุคคลใกล้ชิดจะมีความรู้สึกว่าบุคคลนี้ดีมากๆ แต่หยกมีเรื่องไม่พอใจกับบุคคลเดียวกันนี้ก็จะรู้สึกโกรธ ไม่เห็นความดีของบุคคลเดิมอีกเลย ผู้ป่วยจะทนความเหงาหรืออยู่คนเดียวไม่ได้ กลัวการถูกทอดทิ้ง ดังนั้นจะสามารถสนิทสนมกับคนแปลกหน้าได้ในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังมีความแปรปรวน
ไม่แน่ใจในเอกลักษณ์ และความรู้สึกของตนเอง จึงรู้สึก ว่างเปล่า เบื่อหน่าย ซึมเศร้า พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน บางคนอาจรุนแรงถึงขั้นพยายาม
ฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจจากบุคคลอื่น
หรือเป็นการแสดงความโกรธ

6. Histrionic personality มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจสูง โดยจะแสดงความคิดและความรู้สึก
ที่เกินความเป็นจริง ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มีความสำคัญมากกว่าที่เป็นอยู่ และแสดงความเสียใจอย่างมาก เมื่อรู้ว่าตนไม่ได้เป็นที่ี่ยอมรับ หรือเป็นที่น่าสนใจ บางคนอาจแสดงพฤติกรรมที่ยั่วยวน
โดยเฉพาะเพศหญิง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับผู้อื่นมักเป็นแบบผิวเผิน และมีความรู้สึกว่า
ต้องพึ่งพาบุคคลอื่น จึงเป็นสาเหตให้ถูกชักจูงได้ง่าย และไม่มีความมั่นใจในตนเอง จึงต้องการคำยืนยัน ความมั่นใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

7. Narcissistic personality มักหลงตัวเองว่ามีความสำคัญอย่างมาก เป็นบุคคลพิเศษ จึงคาดหวังว่าจะต้องได้รับการตอบสนองดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งจะทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ตนไม่ได้ ในทางตรงข้ามก็ต้องการคำยกย่องสรรเสริญ มักเพ้อฝันถึงความสำเร็จ ชื่อเสียง
หรือความสวยงามของตน ความสัมพันธ์กับผู้อื่นจึงผิวเผิน ไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจ หรือไม่สนใจในความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น ในบางครั้งก็อาจแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว
จากความสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น เอาเปรียบผู้อื่น พื่อให้บรรลุเป้าหมาย ความมั่นใจในตนเองของผู้ป่วย
มักเปราะบาง จึงทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย

8. Avoidant personalty ไวต่อความรู้สึกถูกปฏิเสธ ถูกทอดทิ้งจากบุคคลอื่น
ผู้ป่วยอยากเข้าสังคม อยากมีเพื่อน แต่ขี้อายด้วยเกรงว่าอาจจะถูกปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ทำให้ขาดความมั่นใจในการติดต่อกับผู้อื่น จึงพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องพบปะกับบุคคลอื่น
และสังคม ผู้ป่วยจะกลัวในการพูดต่อหน้าสาธารณชน และไม่กล้าที่จะขอร้องใคร
เพราะกลัวที่จะถูกปฏิเสธ ในบางครั้งมักแปลความคิดเห็นของผู้อื่นไปในทางที่ผิดๆ
ช่นคิดว่าตนเษงกำลังถูกหัวเราะเยาะ คนในกลุ่มนี้จะมีลักษณะขี้อาย และพยายามทำความ
พึงพอใจให้กับบุคคลอื่น มองตนเองในแง่ลบ คิดว่าตนไม่เก่ง มีบุคลิกที่ไม่ดึงดูดใจ หรือต่ำต้อย

9. Dependent personality มีพฤติกรรมที่ยึดถือพึ่งพา และยอมให้ผู้อื่นรับผิดชอบตัดสินใจ
ในส่วนที่สำคัญๆของชีวิตตน ถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจ จะต้องได้รับคำแนะนำและความมั่นใจจาก
ผู้อื่นเป็นอย่างมาก พยายามหลีกเลี่ยงการเป็นผู้นำ และจำมีความสุขกับการเป็นผู้ตามมากกว่า ไม่กล้าที่จะแสดงความไม่เห็ฯด้วยกับผู้อื่นด้วยกลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่กล้าในการเสนอโครงการหรือทำสิ่งใดๆด้วยตนเอง เนื่องจากขาดความมั่นใจในความสามารถ มากกว่าที่จะขาดแรงจูงใจหรือพละกลังในการกระทำ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกไม่สบายหรือสิ้นหวัง
เมื่อต้องอยู่คนเดียว กลัวการถูกทอดทิ้ง เพราะกลัวเกินจริงว่าไม่มีความสามารถที่จะดูแลตนเองได้
และจะพยายามหาความสัมพันธ์ใหม่ทันที เมื่อความสัมพันธ์เก่าสิ้นสุด

10. Obsessive - Compulsive personality ลักษณะสำคัญได้แก่ จะต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย
และไม่ยืดหยุ่น โดยจะยึดกับกฏระเบียบเล็กๆน้อยๆ หรือรายละเอียดต่างๆ จนทำให้มองข้ามจุดสำคัญๆ
ของกิจกรรมนั้นไป ผู้ป่วยจะมีปัญหาด้านมนุษยสัมพันธ์ เนื่องจากไม่ยอมประนีประนอม และยืนกรานให้ผู้อื่นทำตามความต้องการของตน แต่จะอุทิศเวลาให้กับงานอย่างมากมาย จนลืมนึกถึงการพักผ่อนและความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง นอกจากนี้ยังมีมโนธรรมสูง ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม โดยขาดความยืดหยุ่นกับเรื่องศีลธรรม จรรยาบรรณ และค่านิยม
บางคนไม่ยอมทิ้งของที่เก่าเสีย ใช้การไม่ได้ และมีการใช้จ่ายอย่างตระหนี่ โดยถือว่าเงินตราจะต้องเก็บไว้เพื่ออนาคตที่อาจเกิดความยากลำบาก และจะมีความวิตกกังวลสูงหากมีอะไรมาทำให้กิจวัตรของตนเปลี่ยนไป

http://board.dserver.org/a/amath/00000062.html

โรคที่ 7 นี่เหมือนจะเห็นบ่อยนะ เหอๆ
เอาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้

เกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าว ใช้เพื่อช่วยให้ผู้ตรวจรักษาและผู้ค้นคว้าวิจัยมีความเห็นตรงกันมากขึ้น ผู้ใช้ต้องผ่านการฝึกฝนโดยเฉพาะทางด้านคลินิก ทั้งในแง่ของความรู้ทางทฤษฎี และทักษะทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ถูกต้อง

Narcissistic Personality Disorders


รู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่มีความสำคัญ(ในจินตนาการหรือพฤติกรรม)ต้องการให้ผู้อื่นชื่นชมและไม่สนใจ
อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นรูปแบบดังกล่าวเป็นไปแทบทุกเรื่องเริ่มเป็นตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้นและพบ
ได้ในภาวะแวดล้อมหลายๆรูปแบบ โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้ตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป

(1)มีความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญมาก(เช่นคิดว่าตนเองมีความสำเร็จหรือความสามารถ
พิเศษมากเกินความเป็นจริงคาดหวังที่จะได้รับการยอมรับว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นโดย
ที่ไม่มีความสำเร็จถึงระดับนั้น)

(2) จมอยู่กับความคิดเพ้อฝันเกี่ยวกับการประสบกับ ความสำเร็จ อำนาจ ความหลักแหลม
ความสวยงาม หรือความรักในอุดมคติ อย่างไม่มีขีดจำกัด

(3) เชื่อว่าตนเองเป็นคน "พิเศษ" ผิดจากใครๆ และมีแต่คน (หรือสถาบัน) ที่พิเศษหรือมีฐานะสูงอื่นๆ เท่านั้น ที่จะเข้าใจตนเอง หรือที่ตนเองควรเกี่ยวข้องด้วย

(4) ต้องการการชื่นชมอย่างมาก

(5)รู้สึกว่าตนเองมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นได้แก่คาดหวังอย่างไม่มีเหตุผลที่จะได้รับการดูแล
เอาใจใส่เป็นพิเศษ หรือให้ผู้อื่นปฏิบัติไปตามที่ตนเองหวังไว้

(6) แสวงผลประโยชน์จากสัมพันธภาพกับผู้อื่น ได้แก่ ใช้ประโยชน์จากผู้อื่นเพื่อให้ตนเอง
ได้ในสิ่งที่มุ่งหวัง

(7) ไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น: ไม่สนใจที่จะรับรู้หรือเข้าใจความรู้สึกและ
ความต้องการของผู้อื่น

(8) มักอิจฉาผู้อื่น หรือเชื่อว่าผู้อื่นอิจฉาตนเอง

(9) มีท่าทีหรือพฤติกรรมแบบหยิ่งยะโส ถือตัว
อันนี้ไม่มีในด้านบน

Paranoid Personality Disorders

A.ไม่ไว้วางใจและตั้งข้อสงสัยผู้อื่นโดยแปลไปว่าผู้อื่นไม่หวังดีต่อตนรูปแบบดังกล่าวเป็นไป
แทบทุกเรื่องเริ่มเป็นตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้นและพบได้ในภาวะแวดล้อมหลายๆรูปแบบ โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้ตั้งแต่ 4 ข้อขึ้นไป

(1)ตั้งข้อสงสัยโดยที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าผู้อื่นมุ่งหวังประโยชน์จากตน มุ่งร้ายต่อตน หรือหลอกลวงตนเอง

(2)หมกมุ่นกับความสงสัยอย่างเกินเหตุเกี่ยวกับความซื่อสัตยหรือความน่าไว้วางใจ ของเพื่อนหรือผู้ร่วมงาน

(3)ไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยความลับแก่ผู้อื่นเนื่องจากมีความกลัวที่ปราศจากเหตุผลว่า ผู้อื่นอาจใช้ข้อมูลดังกล่าวไปในทางที่ไม่ดีต่อตน

(4)รู้สึกไวต่อการดูถูกหรือท่าทีที่คุกคามแม้จะไม่เห็นชัดและเป็นเรื่อง
หรือเหตุการณ์ที่เล็กน้อย

(5)เจ้าคิดเจ้าแค้น ได้แก่ ไม่ยอมยกโทษต่อการถูกดูถูก เหยียดหยาม หรือทำร้าย

(6)เห็นว่าตนเองถูกโจมตีในเรื่องบุคลิกลักษณะหรือชื่อเสียง โดยที่ผู้อื่นมิได้เห็นเช่นนั้น และมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความขุ่นเคืองหรือตอบโต้ อย่างทันทีทันใด

(7)ตั้งข้อสงสัยอย่างไม่มีเหตุผลอยู่เรื่อยๆ ในเรื่องความซื่อสัตย์ของคู่ครองหรือคู่นอน

B.ลักษณะนี้มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงของ Schizophrenia, Mood Disorder With Psychotic FeaturesหรือPsychotic,Disorderอื่นๆและมิได้เป็นจากผลโดยตรงด้าน
สรีรวิทยาจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย

หมายเหตุ: หากอาการเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยก่อนป่วยเป็น Schizophrenia ให้เพิ่มคำว่า "Premorbid" เช่น “Paranoid Personality Disorders (Premorbid)”

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช www.ramamental.com.

แปลโดย ปราโมทย์ สุคนิชย์, มาโนช หล่อตระกูล ภาควิชาจิตเวชศาสตรคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

edit @ 27 May 2008 06:24:22 by --[Mino]--นู๋ฟ่าง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีเหมือนบ้างเป็นบางข้อ ^^"..

ขอบคุณค่ะที่นำมาให้อ่าน

#1 By Beautiful Lie on 2008-05-27 06:54

ข้อมูลแน่นจิง ๆ คับ โรคที่7คนจะเป็นกันเยอะนะคับ แล้วแบ่งมั้ยคับว่าอันไหนเป็นmania bipolar depressionหรือรวม ๆ กันHot!

#2 By Frankie8 on 2008-05-27 06:59

2. Schizoid personality (ซคิซอยด์)

3. Schizotypal personality (ซคิโซไทปอล)

เข้าข่ายอยู่สองอัน =____='
ถ้าฉันได้ย้ายบ้านไปสวนปรุงแล้วเธอไปเยี่ยมฉันด้วยน้าาา

#3 By Aiki.A.Fuko[windy] on 2008-05-27 07:45

เอ่อ ... รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัยในบางข้อ 555+
ขอบคุณมากนะคะHot!

#4 By †:: K-zzy ::† on 2008-05-27 07:59

อ่า...

ไม่มีแบบ

Shotacon personallity เหรอ..
.
.
.
กร๊ากกกกกกกกกก

#5 By กระตุ้น!!!~งุ่นงุ่น!!! (202.129.34.212) on 2008-05-27 09:40

อ่านแล้วก็สงสัย

เราผิดปกติป่าวหว่า sad smile

#6 By Poppii on 2008-05-27 10:58

เหมือนข้อ 1 กับข้อ 8 ไปเต็มๆเลย ^^"
ได้ความรู้ใหม่ไปเพียบ ขอบคุณมากก๊าบบบ ^w^

#7 By Lunaria ♥ Jui-lism on 2008-05-27 12:03

อุ บางข้อเข้าข่ายตรูเหมือนกัน ฮา
..จะมีใครมันเหมาหมดทุกข้อมั่งวะแก...(/ชิ้งงง)
2. Schizoid personality (ซคิซอยด์)


เหมือนเลยอ่ะ
กำลังวิตกจริตอยู่ด้วย 5+

ก็มันไม่รู้จะคุยอะไรนี่หว่า open-mounthed smile

#9 By _Yuri_ on 2008-05-28 03:08

ยาว อ่านไม่จบ ไว้มาอ่านอีกรอบละกัน sad smile

ความจริงแค่แว๊บมาบอกว่า บ้านเพื่อนมีอ่าง

มีสระว่ายน้ำด้วย

แต่ไม่มีคนอยู่บ้านไง ก็เลยไม่รู้ว่าทำความสะอาดละยัง

เพื่อนก็ไม่ใช่จะได้ใช้

#10 By +[Airy]- on 2008-05-29 06:14

โห วิชาการมากเรย

เราเข้าข่ายข้อ 7 ป่ะเนี่ย เหอๆ

#11 By kawpun_narak on 2008-05-31 22:24

เป็นข้่อ2หน่อยๆ
ข้อ7พบได้บ่อยๆ

#12 By Chola m! on 2008-06-01 18:30