ว่าด้วยเรื่องวีซ่า

posted on 09 Oct 2010 11:28 by minority
ช่วงก่อนรู้สึกทำตัวเรื่อยเปื่อยไปวันๆมาก
มีเรื่องที่รู้ตัวนะว่าต้องทำ แต่ไม่ทำ เพราะขี้เกียจ /โดนโบก
 
เลยกลายเป็นว่า ปล่อยเวลาว่างๆให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
 
แต่ก็นะ ยังไงก็สอบเสร็จแล้ว
 
และที่สำคัญ วีซ่าผ่านแล้วเค๊อะ มันง่ายมากกว่าตอนไปยื่นซะอีกเนี่ย บุ่ยๆ
ใครบอกว่าวีซ่าทำง่ายมันก็ไม่เชิงนะ ทำยากก็ไม่เชิง
หรือเพราะเราไปเรียนด้วยหว่า??
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า สิ้นเดือนนี้(ตรงงานคอสเชียงใหม่พอดี อดไป)
เราจะไปเรียน short-course fashion design ที่ญี่ปุ่น แล้วก็มีเที่ยวด้วย (จุดประสงค์หลักคืออยากเที่ยว)
เป็นเวลาสองอาทิตย์ ไปเรียนแบบออกเงินเอง
เป็นโครงการของ มศว.
 
ครั้งแรกที่ไป
เราก็เตรียมเอกสาร ตามที่เค้ากำหนดมา เป็นการขอวีซ่าแบบท่องเที่ยว
ก็เตรียมๆไปแบบเป๊ะๆ ไม่ได้ถ่ายอะไรเผื่อไปเลย
เพราะมั่นใจว่าครบ ตามที่เค้ากำนดแต่มีแถมอีกนิดเป็นใบเชิญจากสถาบันที่จะไปเรียนที่ญี่ปุ่นด้วย
 
เราไปยื่นที่กงสุลญี่ปุ่นนะ ไม่ใช่สถานทูต เพราะภูมิลำเนาอยู่เชียงใหม่
 
ไปถึงคนก็ไม่มากเท่าไหร่ นั่งรอแปบๆก็ถึงคิวแล้ว ก็ยื่นเอกสารให้เค้า
เค้าก็ถามว่าไปเรียนเหรอคะ เรียนอะไร พักที่ไหน ใครออกค่าใช้จ่ายให้
ตอนแรกเค้าก็ดูๆ เหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่มาสะดุดตรงใบเชิญจากทางญี่ปุ่นและบัญชีของแม่
 
ใบเชิญ
ปัญหา : เค้าบอกว่าใบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะในใบเขียนประมาณว่ามีกรุ๊ปนักเรียนจากมศว.จะไปเรียน
แต่ใบรับรองการเป็นนักศึกษาเราอยู่มช. มันเลยไม่สอดคล้องกัน
การแก้ปัญหา : ต้องให้ทางญี่ปุ่นทำใบเชิญมาให้ใหม่ ให้ระบุว่ามีนักศึกษา(ชื่อเรา)ไปเรียนที่นี่
 
เราก็ เอ่อนะ ตอนแรกก็อธิบายเค้าไปว่ามันเป็นโครงการของทางมศว. แบบไปในนาม
เราก็บอกว่าที่ไปในกรุ๊ปมีคนที่ไม่ใช่นักศึกษาด้วย แต่เค้าทำที่สถานทูตผ่านแล้ว เค้าก็บอกว่า
กงสุลกับสถานทูตคนล่ะหน่วยงานกันค่ะ สุดท้ายก็ไม่ให้ ยืนยันจะให้เราไปทำมาใหม่ให้ได้
 
งงตรงที่กงสุลกับสถานทูตมันคนล่ะหน่วยงาน แล้ววิธีการจะรับหรือไม่รับเรื่องนี่ เกณฑ์มันต่างกันด้วยเหรอฟร่ะ!!
 
เราเลยโทรไปบอกพี่ที่จัดการเรื่องโครงการนี้ของทางมศว.
บอกว่า ทางกงสุลไม่รับใบเชิญอันนี้ แล้วก็ให้พี่เค้าโทรไปคุยกับทางกงสุล
ผลออกมา ทางกงสุลก็ยื่นยันไม่รับตามเดิม แถมพี่เค้าบอกว่าไม่ปลื้มคนที่คุยด้วยเท่าไหร่
 
บัญชีของแม่
ปัญหา : เงินในบัญชีครั้งสุดท้ายมีน้อยเกินไป
กาแก้ปัญา : ไปหาเงินมาใส่ให้มันเยอะๆซะ
 
ความจริงแล้วเงินในบัญชีแม่เรามีเงินเข้าเป็นหมื่นๆตลอด เพราะโอนมาจากบัญชีของพ่ออีกที
แต่ที่เหลือครั้งสุดท้ายเพราะถอนออกมาจ่ายค่าที่เราจะไปนี่แหละ (แพงเอาเรื่องอยู่)
เค้าบอกว่า เงินครั้งสุดท้ายเหลือน้อยไป (พันกว่าบาท) ควรจะมีมากกว่านี้ อย่างค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก
เราก็บอกไปว่า เราจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับโครงการแล้ว แล้วพ๊อกเกตมันนี่ก็ใช้เป็นเงินสด
แล้วเหมือนเค้าอึ้งไปสักพัก และ"แถ" ว่า
อย่างน้อยก็ควรจะมีมากกว่านี้นะคะ (อันนี้เข้าข่าย ยืนกรานมาก)
เราก็เลยถามว่าอย่างน้อยนี่มันควรจะมีเท่าไหร่คะ คำตอบที่ได้ทำเราอึ้ง
 
คือเราไม่มีกำนดขั้นต่ำค่ะ แต่อย่างน้อยไปก็ควรจะมีสักหมื่นสองหมื่น
 
เราก็ เฮ้ย ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ แต่ไอ้ที่บอกมานั่นมันอารายยยยยยย
สุดท้ายแม่เราเลยเอาเงินมาใส่บัญชีแล้วเอาสมุดบัญชีไปปรับ จากนั้นก็ถอนออกมาตามเดิม
 
แต่!!
เราเสียรู้กงสุลในเรื่องนี้ไป เพราะไม่ได้อ่านข้อกำหนดให้ดีก่อน
มันระบุไว้ว่า
สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารแสดงยอดเงิน ณ ปัจจุบันและย้อนหลังไป 6 เดือน (ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ)   
(ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ตัวเอง ยกเว้นสำหรับผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปและสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัวในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย)
 
คือพ่อเราเป็นข้าราชการ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเอาบัญชีไปยื่นก็ได้
วันนั้นเราก็เอาหนังสือรับรองการทำงานกับหนังสือรับรองเงินเดือนพ่อไปแล้วนะ
ไม่รู้เค้าเห็นแล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นรึป่าว เราก็ไม่ได้ท้วงอะไร เพราะไม่รู้ /ตรูโง่เอง
 
แต่ยังก็ต้องกลับไปยื่นอีกรอบ เพราะใบเชิญจากทางญี่ปุ่นไม่ผ่าน
 
ยื่นรอบสอง
อันนี้ง่ายหน่อย เค้าจำได้แล้วก็ถามว่าไปแก้มาแล้วเหรอคะ (แก้แล้วสิเฟร่ย ไม่งั้นจะมาทำไม)
ครั้งนี้ทางญี่ปุ่นทำใบเชิญมาประชดมาก ใส่ชื่อเราคนเดียวแมร่งเลย
ประมาณว่า กูรู้แล้วว่าอีคนชื่อนี้มันจากมาเรียนที่นี่ ให้มันมาเถอะมันอยากมา(อันข้างหลังนี่เติมเอง ฮ่าๆๆๆ)
แล้วเค้าก็รับเรื่องไป ให้อีกสองวันมาฟังผล
 
เมื่อวานก็เลยไปฟังผลมา
เค้านัดตั้งแต่ 13.30 - 16.30 แต่เราไปตอน บ่ายสองครึ่ง เพราะติดสอบ ไปถึงไม่มีคนเลย เหอๆ
ตอนแรกคิดว่าฟังผลนี่จะใช้เวลานาน ที่ไหนได้ แค่เค้าเอาพาสปอร์ตมาคืน พร้อมมีใบวีซ่าญี่ปุ่นแปะอยู่
แล้วก็อธิบาย บลาๆนิดหน่อย จบ ไม่มีไรเลย
 
สุดท้ายก็ได้มาจนได้
 
หน้าตาออกมาประมาณนี้
Photobucket
 
ถ่ายรูปออกมางอกง่อยมาก
หน้าตาก็รูปนักศึกษา ที่เอาไปติดหน่ะ แต่มันขาวดำเลยไม่ปลื้มเท่าไหร่
ได้แบบเก้าสิบวันล่ะ ความจริงอยู่ไม่ถึงหรอก
ไปตรงเปิดเทอมพอดี แล้วก็ไม่มีตังจะอยู่ให้ถึงเก้าสิบวันหรอกนะ
 
แล้วเรื่องที่ตรงเปิดเทอมนี่สิ ต้องทำใบลาซะ เจ็ดวิชา แถมยังลงทะเบียนไม่เรียบร้อยอีกตังหาก
คงต้องไปใช้เน็ตที่โน่นต่อ ขอให้ลงได้ไม่มีปัญหาด้วยเถอะ เพี้ยง
 
วีซ่าหน่ะง่าย ถ้าจะไปเที่ยวแล้วไปกับทัวร์ *ฮา อันนี้ยืนยันรับรอง
(ถ้าไม่ได้ติด BlackList อะไรไว้นะ)
 
เอนทรี่หน้ากะว่าจะอัพเรื่องของฝาก แต่ยังซื้อไม่ครบสักทีนี่สิ
ไปละ

Comment

Comment:

Tweet

ให้มันมาเถอะมันอยากมา<<555

ไปแอ่ว เอ้ย ไปเรียนก็ระวังตัวด้วยล่ะๆ

#2 By +[Airy]- on 2010-10-14 14:40

ยินดีด้วยจ้า ในที่สุดก็เรียบร้อยแล้วเน้อ =w=b
กลับมาอย่าลืมถ่ายภาพบรรยากาศมาฝากกันมั้งน้าฟ่างจ๋า
ป.ล. พี่เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่า "กงสุลกับสถานทูตมันคนล่ะหน่วยงาน" นึกว่าหน่วยเดี๋ยวกันมาตลอด เอิกๆ
ท่าทางคนที่โทรศัทพ์คุยเป็นยัยป้ามหาภัยแน่เลย ที่กงศุลเชียงใหม่จะมีสองคน คนหนึ่งเหมือนพี่สาวใจดี อีกคนพี่เรียกป้ามหาภัย ฮา/ อารี่

#1 By - on 2010-10-09 16:40